เราทั้งคู่ตกลงคบกันเป็นแฟนมาได้เกือบ 2 เดือน เริ่มต้นเราเองเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน เขามากับเพื่อนเราเขาเองดูมีเสน่ห์มากเรียกว่าเคลิ้มทุกทีที่เจอ ทั้งใบหน้าและรอยยิ้ม อีกอย่างเขามีนิสัยพูดน้อยยิ้มบ่อย ยิ่งทำให้เราเองชอบเริ่มชอบเขาเข้าไปทุกที  เริ่มรู้จักเริ่มได้พูดคุยกับเขาบ้างตอนเขาเพื่อนพามา และก็ตัดสินใจทักไลน์ส่วนตัวไปเอง พอคุยกันเรื่อยๆ เราก็นัดเขาไปนั่งร้านกาแฟ กินข้าว และดูหนัง ทุกอย่างเริ่มที่เราหมดเลย

ในวันที่ตัดสินใจเป็นแฟนกัน เราก็ถามเขาไปว่านายชอบผู้หญิงแบบเราไหม แบบที่นายอยากได้เป็นแฟน เขาก็บอกว่าโอเคแล้วก็ยิ้ม เลยถามไปว่าเราจะเป็นแฟนกันได้หรือยัง เขาก็บอกว่าก็ดีนะ จึงเริ่มใช้คำว่าแฟนกับเขาได้แล้ว

จากวันนั้น สิ่งที่เราทำอยู่ มันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ ชวนไปกินข้าว ชวนไปเที่ยว หรือจะไปไหนมาไหนมักจะเริ่มที่เราก่อนเสมอ (แม้แต่ไปห้องเขาเราก็ขอไปเอง) ไม่รู้น่า อาจจะเพราะเขาเป็นคนเงียบๆ ยิ้มๆ ด้วยนิสัยเขาเองหรือเปล่า ก็ได้แต่คิดในใจว่า เดียวก็ชินไปเอง ความรักก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วก็ท่องไว้

1 เดือนผ่านไป มันเหมือนยิ่งทำยิ่งห่างยังไงไม่รู้ เหมือนเขาไม่พยายามที่จะทำเพื่อเรา หรือจะขยับเข้าหาเราให้มากกว่านี้ แต่ก็คิดแค่ว่าเราหึงเขาหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนมีเสน่ห์ มีผู้หญิงคนอื่นเข้าหาเหมือนเราเหมือนกัน แต่เฟสหรืออินสตาแกรมก็มีรูปเราเต็มไปหมด แต่ก็อีกละ เราถ่ายเอง และบังคับเขาถ่ายเอง(หรือเปล่า)

2 เดือนเหมือนไม่คืบ สิ่งที่เป็นอยู่ยังเป็นอยู่ หรือเรารู้สึกเหนื่อยกับสิ่งที่ทำยังไงไม่รู้ เหมือนพยายามอยู่ข้างเดียว ดูเหมือนมีความสุขนะ แต่มันเริ่มไม่ใช่ละ บางอย่างที่เขาทำได้เพื่อเราบ้างก็เหมือนเขาจะทำโดยไม่มีเราอยู่ บางทีเขาก็ทำเหมือนไม่มีเราอยู่ แต่สิ่งที่เราทำกลับมีเขาอยู่ตลอด เลยรู้สึกว่า นี่เราทำเพื่ออะไร เราพยายามเพื่ออะไร สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ ความสุขตอนนี้ มันใช่หรือวะ นี่คือสิ่งที่เราทบทวนอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าเขารับรู้หรือเปล่า แต่ถ้ารับรู้ควรมีอะไรตอบสนองกลับมาบ้าง ขอละเราเหนื่อยแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่ทำนะ เป็นความรู้สึกเราเอง เราอยากถอยออกยืนดูว่าเขาอยากจะก้าวเข้ามาหาเราบ้างไหม ขอละความรู้สึกมันมาจากความรักนะ ถ้าถอยแล้วเขาไม่ตอบสนองอะไรบ้างก็คงให้ใจมันได้พักบ้างแล้วละ